Runway Excursion

Runway Excursion

Runway excursion หมายถึง การที่เครื่องบินลงบนทางวิ่งหรือเรียกทับศัพท์ภาษาอังกฤษว่า รันเวย์ (runway) แต่เครื่องบินไม่จอดนิ่งสนิทอยู่บนรันเวย์

อาทิเช่น เมื่อเครื่องบินแตะพื้นแล้วแต่ไม่สามารถลดความเร็วให้เครื่องบินหยุดได้ตามปกติ เบรคไม่ดี หยุดไม่อยู่ประมาณนั้น เครื่องบินก็เลยวิ่งทะลุเลยพื้นแข็งๆของรันเวย์ ไปกองอยู่ที่พื้นดินพื้นหญ้าหรือบ่อน้ำ หรือ

เครื่องบินแตะรันเวย์แล้วเครื่องเป๋ไปเป๋มาจนหลุดออกข้างทางไปอยู่ข้างรันเวย์ 

หรือ เป๋ออกไปด้านข้างประมาณว่า ล้อเหยียบหญ้าข้างทาง แล้วนักบินพาเครื่องบินกลับเข้าพื้นแข็งได้ ก็นับเป็นการออกนอกรันเวย์

ที่ยกตัวอย่างมาทั้งหมดนั้นเรียกว่า runway excursion

Runway excursion อาจไม่ใช่อุบัติเหตุเสมอไป บางครั้งการเป๋ออกไปนอกสนามเช่น ล้อซ้ายตะกุยดินไปหนึ่งข้างแล้ววกกลับเข้ามาได้ ยางไม่แตก ล้อไม่หัก แต่ฝ่ายช่างก็ต้องทำการตรวจเช็คสภาพโครงสร้างของเครื่องบินว่ามีความเสียหายเกิดขึ้นหรือไม่ เพราะการที่ล้อข้างหนึ่งไปจมดินอยู่ การรับแรงที่ส่วนยึดของปีกกับล้อนั้นอาจทำให้โครงสร้างปีกเกิดรอยร้าวได้ 

หากการเกิด runway excursion ไม่ได้ทำให้เกิดความเสียหายต่อโครงสร้างเครื่องบิน ไม่ได้ทำให้เกิดไฟไหม้หรือมีผู้บาดเจ็บล้มตาย เหตุการณ์นั้นก็จะเรียกว่าเป็นเพียงอุบัติการณ์ (incident)

กรณีดังข้างต้นนั้น เกิดขึ้นบ่อย แต่ไม่ค่อยเป็นข่าว เพราะเวลาที่ล้อออกไปกินหญ้านั้นเกิดขึ้นรวดเร็วมาก ผู้โดยสารแทบไม่ทันรู้สึก แต่นักบินควรจะรู้เพราะนั่งอยู่ด้านหน้า สามารถมองเห็นเส้นกึ่งกลางของรันเวย์ก็จะทำให้รู้ว่าเครื่องบินอยู่ส่วนไหนของรันเวย์ หากเอียงเฉไปทางซ้ายหรือขวามากเกินไป ก็ต้องสันนิษฐานว่ามีโอกาสที่ล้อบริเวณลำตัว (main body gear) จะหลุดออกนอกรันเวย์ได้

ถามว่า “เรื่องแบบนี้เคยเกิดขึ้นไหม” 

✈️✈️✈️✈️✈️✈️✈️
✅✅ ไม่วางแผง
❇️❇️ เล่มนี้คือเล่มสุดท้ายที่จะจัดพิมพ์
👨‍✈️👨‍✈️
ล๊อตสุดท้ายที่หมดแล้วก็จะไม่พิมพ์เพิ่ม
รีบเก็บครับ
สามารถสั่งซื้อออนไลน์ได้ที่
ไลน์ช้อป A Pilot Club
https://shop.line.me/@a-pilot

Shopee
https://shopee.co.th/product/138504903/7619482665?smtt=0.0.9

หรือสอบถามรายละเอียดได้ทางไลน์แอด
https://line.me/R/ti/p/%40a-pilot

และ messenger
m.me/apilotbook

ข้อมูลหนังสืออยู่ที่เว็บไซต์
https://www.apilotclub.com/books/

เคยเกิดครับ มีทั้งที่รู้ตัวว่าตกขอบรันเวย์กับไม่รู้ตัวแต่มารู้ทีหลังก็ตอนที่เครื่องบินจอดแล้วเดินตรวจเครื่องบิน ก็จะเห็นดินโคลนหรือหญ้าติดมากับล้อด้วย บางทีก็ทำให้ยางแตก หรือ หอบังคับการบินแจ้งว่าเครื่องบินเหยียบไฟทำให้ไฟของสนามบินเสียหาย นักบิน อาจจะไม่รู้สึกเลยก็เป็นไปได้

ถามว่า “ทำไมนักบินถึงไม่รู้สึกว่าเหยียบหลอดไฟหรือการที่ล้อเครื่องบินตกขอบไปกินหญ้านักบินไม่รู้สึกถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้นเลยได้อย่างไร”

นักบินอาจจะรู้สึกถึงความผิดปกติหรืออาจจะไม่รู้สึกว่ามีความผิดปกติก็ได้ครับ ขึ้นอยู่กับว่าสถานการณ์นั้นเลวร้ายหรือรุนแรงมากน้อยแค่ไหน และขึ้นอยู่กับขนาดของเครื่องบินด้วย นั่นเป็นเพราะว่า เครื่องบินโดยสารที่มีขนาดใหญ่อย่าง โบอิ้ง B747 B777 B787 หรือแอร์บัส A380 A350 A340 A330 ด้วยความที่มันใหญ่และมีน้ำหนักตัวค่อนข้างมาก รวมถึงความยาวของเครื่องบินที่ทำให้ระยะห่างระหว่างที่นั่งของนักบินกับตำแหน่งของล้อนั้นห่างกันหลายสิบเมตร ถ้าเป็นเครื่องบินใบพัดลำเล็กๆนักบินจะรู้สึกได้และได้ยินเสียงหรือรู้สึกถึงความผิดปกติในทันทีเพราะห้องนักบินกับฐานล้อไม่ได้ไกลกันมาก แต่เครื่องบินโดยสารลำใหญ่ๆนั้นต่างออกไปเครื่องบินบางแบบมีความยาวเกือบร้อยเมตร การที่เครื่องบินออกนอกทางไปเหยียบหลอดไฟดวงเล็กๆ หรือตกขอบไปเพียงเมตรหรือสองเมตรนั้นเครื่องบินอาจจะไม่สั่นสะเทือน แต่ถ้าฐานของหลอดไฟที่ถูกเหยียบซึ่งโดยปกติจะเป็นโลหะแข็งแรงมันก็อาจจะทิ่มแทงทำให้ยางแตก ซึ่งแม้นักบินจะไม่รู้สึกถึงความผิดปกติแต่ระบบของเครื่องบินก็จะแจ้งเตือนว่ามีความผิดปกติของความดันลมยางขึ้นมาในห้องนักบิน

ตัวอย่างการแฉลบออกไปนอกรันเวย์แล้ววกกลับเข้ามาใหม่นั้นหลายคนอาจมีคำถามในใจว่า เครื่องบินหนักตั้งหลายร้อยตัน ทำไมแฉลบออกไปกินหญ้าแล้วล้อไม่จมลงไปในดินอ่อนๆ

การที่ล้อไม่จมลงไปเพราะเครื่องบินมีความเร็ว โมเมนตัมหรือแรงเฉี่อยที่ยังมีอยู่จะพาเครื่องบินวิ่งไปข้างหน้าต่อ เหมือนเราเขวี้ยงก้อนหินไปตามผิวน้ำ เมื่อความเร็วหมด ก้อนหินจึงจะจมน้ำ เครื่องบินก็เหมือนกัน ถ้ายังมีความเร็วมากอยู่แรงโมเมนตัมจะพาเครื่องบินไปต่อได้ หากเครื่องบินกลับเข้ามาอยู่ในพื้นแข็งๆของรันเวย์ได้ก็จะเป็นการลดความเสียหายไปได้มาก

ถ้าแถออกไปข้างทางไกลแล้ว แบบนี้ทำยังไงก็คงไม่วกกลับเข้ารันเวย์ได้ ดังนั้นพอความเร็วใกล้จะหมด ล้อของเครื่องบินก็จะจมลงไปในดินและเครื่องบินก็จะหยุดนิ่ง หลังจากนั้นก็คงต้องลุ้นกันต่อว่า บริเวณปีกมีการแตกร้าวหรือไม่ ถ้าปีกแตกก็จะทำให้น้ำมันที่บรรจุอยู่ภายในปีกรั่วออกมา ถ้าน้ำมันรั่วลงบนเครื่องยนต์ที่ยังหมุนอยู่ (มีการสันดาป) หรือหากเกิดประกายไฟหรือความร้อนก็จะทำให้เกิดไฟลุกไหม้และสร้างความเสียหายลุกลามในที่สุด

การหลุดออกไปนอกรันเวย์ นักบินจึงถูกฝึกมาให้ทำการอพยพผู้โดยสารเพราะโอกาสที่จะเกิดอันตรายจากไฟลุกไหม้และมีการระเบิดจากสาเหตุที่กล่าวมา และหนึ่งในข้อสำคัญที่สุดที่นักบินต้องทำก่อนการสั่งอพยพผู้โดยสารคือ การดับเครื่องยนต์ตัดการเผาไหม้ของเครื่องยนต์ ซึ่งจะเป็นการตัดระบบไฟฟ้า ระบบเชื้อเพลิงและระบบต่างๆทั้งหมดของเครื่องบินไปด้วย ขั้นตอนปฏิบัติภายในห้องนักบินก็เพื่อที่จะทำให้ทุกระบบหยุดทำงานซึ่งเป็นจะลดโอกาสที่จะทำให้เกิดไฟไหม้ ส่วนอุปกรณ์ฉุกเฉินอื่นๆ เช่น ประตูและทางเลื่อนนั้นจะมีระบบสำหรับการเปิดปิดแยกออกต่างหากและสั่งการด้วยลูกเรือที่ประจำหน้าที่อยู่ในตำแหน่งนั้นๆ

ส่วนใหญ่อุบัติเหตุที่เป็น runway excursion นั้นมักเกิดตอนฝนตกหรือพื้นสนามบินเปียก ถ้าเป็นสนามบินต่างประเทศก็เพิ่มช่วงหน้าหนาวเมื่อรันเวย์มีน้ำแข็งเกาะ เรียกว่า สาเหตุหลักมาจากความลื่นของพื้นรันเวย์ ภาษาทางการเรียกว่า fliction coefficient เป็นค่าแรงเสียดทานที่สนามบินที่อยู่ในพื้นที่อากาศหนาวจะมีเครื่องมือวัดค่าแรงเสียดทานนี้ และประกาศแจ้งให้นักบินทราบเป็นระยะๆ โดยอาจแจ้งผ่านทาง ATIS หรือแจ้งผ่านวิทยุโดยหอบังคับการบินโดยใช้คำว่า braking action ซึ่งมีคร่าวๆสามค่าคือ Good Medium และ Poor

แต่ยังมีสาเหตุอื่นๆอีกที่เป็นปัจจัยลบทำให้มีโอกาสเกิด runway excursion เช่น กระแสลมขวางและกระแสลมกระโชกที่มีความรุนแรง หรือมีความผิดปกติของระบบฐานล้อและระบบเบรคของเครื่องบิน และสุดท้ายที่คงจะไม่พูดถึงไม่ได้ก็คือ ความผิดพลาดในการบังคับเครื่องบินของนักบินเอง

ความผิดปกติของระบบเบรคจริงๆ จะเรียกว่าผิดปกติก็ไม่ถูกต้องนักครับ เพราะถ้าระบบเบรคผิดปกติเครื่องบินไม่ควรบินขึ้น ส่วนใหญ่เป็นเรื่องการทำงานของระบบ anti-skid ที่อาจจะไม่สมบูรณ์ เครื่องบินยังเบรคได้ปกติแต่ประสิทธิภาพจะลดลง การป้องกันการลดอัตราเร็วของล้อไม่เท่ากันจะหายไปก็มีโอกาสที่จะทำให้เกิดการสะบัดของล้อ เพราะล้อหมุนไม่เท่ากันแบบนี้เป็นต้นครับ

จะว่าไปแล้วการที่ไม่มีระบบ anti-skid มีโอกาสเกิดขึ้นได้ และไม่ใช่ว่าระบบเบรคเสียหายหรือใช้การไม่ได้ แต่การลงสนามจะต้องใช้ความระมัดระวัง และนักบินจะต้องตระหนักถึงข้อจำกัดในการที่เครื่องบินไม่มีระบบ anti-skid (ถูก de-activted)

รวมๆก็คือ ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เครื่องบินเคลื่อนตัวไปบนรันเวย์ได้ไม่เป็นเส้นตรง ล้วนสร้างโอกาสในการเกิด runway excursion ได้ทั้งนั้นครับ

โดยเฉพาะเวลาฝนตกหนักๆ ก็จะมีลมกระโชก การบังคับเครื่องบินก็จะลำบากหน่อย อาจต้องเอียงซ้าย เอียงขวา เอียงไปมาเพื่อสู้ลมและบังคับให้เครื่องบินร่อนให้ตรงทาง ให้ตรงกึ่งกลางของรันเวย์

 ถ้าการซ่อมบำรุงเครื่องบินทำได้ดีเครื่องบินมีสมรรถนะสูงอย่างที่ควรจะเป็น และนักบินไม่บกพร่องในการบังคับควบคุมเครื่องบิน โอกาสที่จะเกิดการลื่นไถลออกไปนอกรันเวย์ก็จะลดน้อยลงไป

ส่วนอีกกรณีหนึ่งคือ การที่เครื่องบินวิ่งทะลุเลยรันเวย์ไป ประมาณ ว่าความยาวรันเวย์ไม่เพียงพอสำหรับลดความเร็ว ถ้าเป็นแบบนี้ สาเหตุก็จะต่างออกไป จะพื้นเปียกหรือพื้นแห้งก็มีโอกาส แน่นอนว่า ความลื่นของรันเวย์เวลาเปียกหรือมีน้ำแข็งเกาะย่อมมีส่วนร่วมในการซ้ำเติมโอกาสเกิดการไถลเลยรันเวย์ไป เบรคไม่หยุด ฉุดไม่อยู่

การใช้เต็มความยาวของรันเวย์นั้นจะเกิดขึ้นกับสนามบินที่มีความยาวไม่มาก เรื่องความยาวนี่ก็ต้องเทียบกับน้ำหนักของเครื่องบินด้วยนะครับ ความยาวของสนามบินเท่าเดิมแต่เครื่องบินคนละประเภท หรือน้ำหนักของเครื่องบินไม่เท่ากัน การใช้ระยะทางในการเบรคให้หยุดก็จะไม่เท่ากันด้วย

“ตัวแปรของการใช้ระยะทางในการเบรค มีอะไรบ้าง”

ประเภทหรือแบบของเครื่องบิน อันนี้ขออธิบายเพิ่มเติมอีกหน่อยว่า เครื่องบินลำใหญ่ๆน้ำหนักมากๆ อาจไม่ได้ใช้ระยะทางในการเบรคมากกว่าเครื่องบินลำเล็ก ตัวอย่างเช่น B747 น้ำหนักตัวมากกว่า  B737 เป็นหลายร้อยตัน แต่ใช้ระยะทางบนรันเวย์พอๆกันกับ B737 สงสัยไหมว่า เพราะอะไร ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อนะครับเพราะผมบินเครื่องบินสองรุ่นนี้มาแล้ว

โบอิ้ง B747 นั้นมีจำนวนล้อมากกว่า B737 ถึง 12 ล้อ การมีล้อมากๆนอกจากเอาไว้รับน้ำหนักตัวมากๆแล้ว ยังเอาไว้ติดตั้งระบบเบรคเพื่อให้สามารถรั้งน้ำหนักตัวของมันเองด้วย

เบรคของ B747 มีระบบ anti-skid และ anti-wheel-locked ประสิทธิภาพในการเบรคจึงดีมากสามารถลงสนามบินที่มีความยาวรันเวย์ไม่มากนักได้ แต่สนามบินต้องมีพื้นสนามที่ทนแรงกดจากน้ำหนักตัวที่มากขึ้นได้ด้วย

สั่งทาง Shopee มีโปรโมชั่นบ่อยๆครับ

ตัวแปรต่อมาคือ การร่อนลงสนามการลงสนามโดยมีมุมร่อน ไม่ปกติ มาค้ำจนทำให้การสัมผัสรันเวย์กินระยะทางเข้าไปเกินในรันเวย์มากกว่าปกติ ยิ่งล้ำหรือเลยเกินบริเวณที่เป็นพื้นที่สำหรับแตะพื้น (touchdown zone) มากเท่าไหร่ ระยะทางของรันเวย์สำหรับใช้หยุดเครื่องบินก็จะเหลือน้อยมากเท่านั้น แต่ข้อนี้จะไม่เป็นปัญหาถ้าความยาวของรันเวย์มีเหลือเฟือสำหรับเครื่องบินลำนั้นๆ

ภาพ touchdown zone จาก quora

ความเร็วของเครื่องบินยิ่งมาก ก็จะต้องใช้ระยะทางในการเบรคมากขึ้น และหากเครื่องบินมีความเร็วสูงการที่ควรจะเป็นก็จะยิ่งเพิ่มการใช้ระยะทางในการเบรคมากขึ้น

แรงต้านหรือความฝืดของพื้นผิวรันเวย์ (Braking Action) ข้อนี้มีผลโดยตรงต่อระยะทางที่จะต้องใช้ในการเบรค ยิ่งมีความฝืดน้อย (ลื่นมาก) ประสิทธิภาพของการเบรคด้วยล้อยางของเครื่องบินก็จะลดลง โดยเฉพาะหากรันเวย์เปียกมาก มีน้ำนอง หรือมีน้ำแข็งเคลือบผิวรันเวย์ ในบางกรณีอาจเกิดปรากฎการณ์ที่เรียกว่า hydroplane หรือ aquaplane ล้อของเครื่องบินจะเหมือนลอยอยู่บนผิวน้ำบางๆไม่ได้สัมผัสพื้นผิวของรันเวย์เลย หากเป็นแบบนี้เครื่องบินจะไม่ลดความเร็วลงด้วยการใช้เบรค ต้องใช้ engine reverser  เป็นหลักและพยายามบังคับทิศทางไม่ให้หลุดออกนอกรันเวย์ หลังจากนั้นก็ภาวนาให้หลุดจากการเกิด hydroplane เราจึงจะบังคับเครื่องบินด้วยการเบรคได้อีกครั้งหนึ่ง

ภาพจาก boldmethod

การทำงานของ ground spoilers เป็นการช่วยกดเครื่องบินให้ล้อไปสัมผัสพื้น เจ้า ground spoilers นี้มันคือส่วนที่กระดกขึ้นมาเหนือปีก เราเรียกมันว่า ground spoilers ตอนที่มันทำงานบนพื้น เจ้าแผ่นเล็กๆหลายๆแผ่นเหนือปีกนี้ บางแบบของเครื่องบินก็จะใช้ช่วยบังคับเลี้ยวด้วย แต่หน้าที่หลักๆอีกอย่างหนึ่งคือการใช้มันทำลายแรงยกที่ปีก เราจึงเรียกมันเวลาใช้งานบนอากาศว่า speed-brake หาก ground spoilers ไม่ทำงานเมื่อสัมผัสพื้นก็อาจจะทำให้ประสิทธิภาพของเบรคลดทอนลงไปด้วยและโอกาสเกิด hydroplane ก็เชื่อกันว่าจะมีเพิ่มขึ้น เพราะมันไม่ได้ช่วยกดปีกลงเพื่อเพิ่มน้ำหนักลงไปให้กับยาง คล้ายๆกับว่าเป็นการเพิ่มผิวสัมผัสของยางกับพื้นรันเวย์

ภาพ ground spoilers จาก wikipedia

การใช้เบรค ระบบ anti-skid จะเป็นตัวสำคัญที่มีผลกับระยะทางในการเบรค และเป็นตัวช่วยป้องกันล้อล๊อคจนเกิดการเฉือนยาง เครื่องบินที่ไม่มีระบบ anti-skid ก็จะทำให้มีโอกาสจะต้องใช้ระยะทางในการเบรคมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อรันเวย์เปียกและลื่น

จะเห็นว่าที่ผมเขียนมาทั้งหมดนั้น หากข้อด้อยและข้อบกพร่องต่างๆมารวมอยู่บนเที่ยวบินเดียวกันก็มีโอกาสเกิด runway excursion ได้

ตัวอย่างเช่น เครื่องบินโบอิ้ง 737 ของสายการบินแอร์อินเดียเอ็กซ์เพรสไถลเลยรันเวย์และตกลงจากเนินเขาที่เป็นรันเวย์จนเครื่องบินหักเป็นสองท่อนและส่วนหัวยังไถลต่อไปจนกระแทกกับกำแพงที่เป็นรั้วเพื่อกั้นบริเวณของสนามบิน สาเหตุยังไม่ทราบแน่ชัด แต่ที่โชคดีคือ ไม่มีไฟไหม้จึงทำให้มีผู้เสียชีวิตเพียงจำนวนหนึ่งซึ่งรวมถึงนักบินทั้งสองคนที่บังคับเครื่องบินลำนั้นด้วย

“ฝนตกหนัก ลมกระโชกแรง รัดเข็มขัดนิรภัยแน่นๆ”

หนังสือนักบิน
สอบสัมภาษณ์ สมัครสอบนักบิน
Capt.Sopon P.

Capt.Sopon P.

ผมชอบการอ่านและค้นคว้าเรื่องการบิน เทคโนโลยีด้านการบินนั้นพัฒนาแบบก้าวกระโดด มันเป็นโลกวิชาการอีกใบหนึ่ง แค่ช่วงอายุผมที่เป็นนักบินมาเพียง 25 ปีนั้น มีการเปลี่ยนแปลงวิทยาการทางการบินหลายครั้ง และมันจะมีวิวัฒนาการแบบก้าวกระโดดต่อไปอีกหลังปี 2020 นี้ ผมสอนหนังสือมามากทั้งบนเครื่องบิน ในห้องฝึกบิน และในห้องเรียนภาคพื้น การสอนทำให้เรามีความสุข เพราะเท่ากับเราได้ทำให้คนเข้าใจโลกของการบินมากขึ้น เวลาสอนนักบินผมหวังให้เขาออกไปทำหน้าที่นักบินอาชีพ ไม่ใช่เพียงมีอาชีพเป็นนักบิน เว็บไซต์และโซเชียลมีเดียที่ผมทำอยู่นี้ ทำด้วยใจที่รักการถ่ายทอด ทุกๆบทความจึงจะมีข้อคิดและแทรกความเข้าใจเอาไว้เสมอ หวังว่าทุกคนจะได้ประโยชน์จากมันมากบ้างน้อยบ้างนะครับ